ยุค AI คลินิกต้องมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น
สิ่งที่ต้องรักษาไว้ ยิ่งเทคโนโลยีทำให้การรักษาเร็วขึ้น

AI ทำให้การบันทึกและการอธิบายของคลินิกเร็วขึ้นได้ แต่การตัดสินว่าใบหน้าและชีวิตของคนไข้ต้องการอะไร และรับผิดชอบต่อผลนั้น ยังคงเป็นบทบาทของมนุษย์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
สิ่งที่ AI จะเปลี่ยนก่อนคือเวลานอกห้องตรวจ
ในคลินิกมีงานซ้ำ ๆ มากมาย เช่น การเขียนเอกสาร การยืนยันนัด การจัดหมวดหมู่คำถามติดตามผล การจัดเตรียมสื่อให้ความรู้ AI ช่วยจัดการงานเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ หากลดเวลาที่ทีมแพทย์ใช้กับหน้าจอและเอกสาร เพื่อให้ได้สังเกตคำพูดและสีหน้าของคนไข้นานขึ้น เทคโนโลยีก็ยกระดับคุณภาพการรักษา
ในทางกลับกัน หากใช้ AI เพียงเพื่อลดบุคลากรให้คำปรึกษาหรือทำระบบอัตโนมัติที่แนะนำหัตถการมากขึ้น คนไข้จะได้พบคลินิกที่เร็วขึ้นแต่เย็นชาขึ้น จุดประสงค์ของประสิทธิภาพไม่ควรเป็นการลบคนออกไป แต่ควรเป็นการคืนเวลาให้กับบทสนทนาที่สำคัญ
การให้ข้อมูลกับการตัดสินใจเป็นคนละเรื่อง
เราก็ใช้เครื่องวิเคราะห์ใบหน้าเช่นกัน การยืนยันสภาพผิวและการเปลี่ยนแปลงก่อนหลังด้วยข้อมูลที่เป็นกลางนั้นจำเป็นแน่นอน แต่การวินิจฉัยที่เป็นกลางอาจไม่ตรงกับปัญหาที่แท้จริงที่ลูกค้าคิด ส่วนที่เครื่องระบุว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด กับส่วนที่คนคนนั้นกังวลทุกวันเวลาส่องกระจก อาจไม่ใช่ส่วนเดียวกัน
ความต้องการที่แท้จริงของพวกเขาออกมาผ่านการปรึกษา ต้องฟังให้เพียงพอว่ารู้สึกไม่สบายใจในช่วงไหน อยากได้ภาพลักษณ์แบบไหน อะไรที่อยากเปลี่ยนและอะไรที่อยากเก็บไว้ ผมคิดว่าเครื่องวิเคราะห์และ AI ไม่ควรเป็นเครื่องมือที่ตัดสินคำตอบแทน แต่ควรเป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อให้คำปรึกษาได้ดีขึ้น การตัดสินใจและความรับผิดชอบสุดท้ายอยู่ที่ทีมแพทย์
สิ่งที่ต้องมาก่อนการปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลคือการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
บันทึกการรักษาและภาพถ่ายใบหน้าเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ไม่ควรป้อนเข้าบริการ AI สาธารณะเพียงเพราะสะดวก หรือเก็บไว้นานโดยไม่มีจุดประสงค์ชัดเจน ต้องกำหนดจุดประสงค์การเก็บ ระยะเวลาเก็บรักษา สิทธิ์การเข้าถึง และการส่งต่อภายนอก แล้วใช้เฉพาะข้อมูลที่จำเป็น
คนไข้ต้องเข้าใจและเลือกได้ว่าข้อมูลของตนถูกใช้ที่ไหน ก่อนนำเครื่องมือ AI ใหม่มาใช้ ต้องตรวจสอบความปลอดภัยและเงื่อนไขสัญญา การใช้เป็นข้อมูลฝึกหรือไม่ และขั้นตอนรับมือเมื่อเกิดข้อผิดพลาดก่อน
ความสามารถในการแข่งขันในอนาคตคือการจดจำและเชื่อมโยง
ผมคิดว่ายิ่งเป็นยุค AI การใช้เวลาปรึกษาให้นานขึ้นและสร้างความสัมพันธ์กับคนไข้ยิ่งสำคัญ ต้องเชื่อมโยงและจดจำปัญหาจากการปรึกษาครั้งแรก ลักษณะที่อยากเก็บไว้ เหตุผลและการตั้งค่าของหัตถการ และความคืบหน้าหลังจากนั้น เรื่องราวระหว่างคนคนนั้นกับคลินิกจึงจะเกิดขึ้น
มักมีคนพูดว่าเรื่องเล่าสำคัญ การเล่าเรื่องสำคัญ เรื่องเล่าที่ผมคิดไม่ใช่ข้อความโฆษณาที่คลินิกสร้างขึ้น แต่คือเรื่องราวที่คนไข้กับแพทย์สร้างขึ้นจริง ๆ ผ่านการปรึกษา การรักษา และการติดตามผลร่วมกัน AI ช่วยบันทึกกระบวนการนั้นได้แม่นยำขึ้นและพลาดน้อยลง แต่แทนที่ความสัมพันธ์เองไม่ได้
คืนเวลาที่เทคโนโลยีเหลือให้กับคน
สิ่งที่คลินิกต้องเตรียมสำหรับอนาคตไม่ใช่ระบบ AI ขนาดใหญ่หนึ่งระบบ แต่เริ่มได้จากกฎเล็ก ๆ เช่น การจัดโครงสร้างการซักประวัติ การทำคำอธิบายให้เป็นมาตรฐาน การบันทึกความคืบหน้า หลักการข้อมูลส่วนบุคคล และการยืนยันขั้นสุดท้ายโดยทีมแพทย์ ผลจากระบบอัตโนมัติต้องตรวจสอบข้อผิดพลาดและอคติเป็นประจำ
ท้ายที่สุด เทคโนโลยีวิเคราะห์ใบหน้า และแพทย์ต้องอ่านใจของคนคนนั้น ยิ่ง AI พัฒนา ความแตกต่างของคลินิกจะไม่ได้อยู่ที่เครื่องที่แม่นยำกว่า แต่อยู่ที่การปรึกษาที่ถามลึกกว่าและฟังอย่างถูกต้อง
คำถามที่ควรคิดก่อนเข้ารับคำปรึกษา
ข้อมูลและภาพถ่ายของฉันถูกเก็บไว้ที่ไหนและเพื่อจุดประสงค์อะไร
ขั้นตอนที่ AI เสนอและทีมแพทย์ยืนยันขั้นสุดท้ายแบ่งอย่างไร
เพราะ AI บทสนทนากับคนไข้และการดูแลหลังทำดีขึ้นจริงหรือไม่
ตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์
WHO, Ethics and governance of artificial intelligence for health (who.int)
คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกาหลี แนวทางเกี่ยวกับ AI และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (pipc.go.kr / privacy.go.kr)
บทความนี้เป็นคอลัมน์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ข้อบ่งชี้ ผลลัพธ์ การฟื้นตัว และความเสี่ยงของแต่ละบุคคลแตกต่างกันตามสภาพและเงื่อนไขของหัตถการ จึงควรตัดสินใจหลังการตรวจโดยแพทย์
คอลัมน์แนะนำเพิ่มเติม



